ก่อนจะมาเป็นเด็กABAC
posted on 28 Aug 2009 17:48 by zsea-zseaเพิ่งจะเริ่มเขียนบล็อคใหม่ก็ต้องเล่าที่มาที่ไปซะหน่อย
.
.
ทำไมมาเขียนบล็อค?
อยากเขียนเรื่องชีวิตในมหาลัย แบ่งปัน แล้วก็อยากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนอื่น
ชอบไปเยี่ยมบล็อคของคนต่างที่เรียน ต่างคณะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะ
.
เริ่มเรื่องดีกว่า เอาแบบชิวๆอ่านไปเรื่อยๆไม่ซีเรียส
ขอเล่าย้อนอดีตนิดนึง
ตอนม.ปลายเราก็เหมือนเด็กทั่วไปที่ชีวิตกำลังสับสนว่าไปทางไหนดี
ก็ทำตามใจสั่ง มุ่งจะเข้าศิลปากร
.
.
.
ก็ไปติวๆๆๆ วาดรูปอยู่สองปี เพราะชอบศิลปะ และเกลียดเลขเข้าไส้
ตอนสอบวิชาเฉพาะก็สอบแบบหว่านแหไปทั่ว
สอบพวกความถนัดทางศิลป์มั่ง ความถนัดวิชาชีพครูไรงี้
อะไรที่มันคิดว่าต้องใช้สอบดะให้หมดดดด
ไปสอบนิเทศศิลป์ศิลปากร ไปสอบตรงแฟชั่นของมศว
ผลศิลปากรออกก่อน แต่.....ไม่ติด.
นั่งร้องไห้เป็นเผาเต่า ผิดหวังมากๆคนในบ้านไม่กล้าเข้าใกล้ ร้องจนหลับ ซึมกะทือไปเป็นอาทิตย์
พอทำใจได้ ก็รอผลมศว.ต่อแบบใจจดจ่อ
สรุป .......ติดดดด เฟร้ยยย!![]()
ด้วยความดีใจ พอรู้ผล วาดแผนอนาคตไว้สวยหรู ว่าชั้นจะทำงี้ๆๆๆนะ แล้วก็งี้ๆๆ
รู้สึกดีที่จะได้เรียนในสิ่งที่ตัวเองชอบ คิดว่า
เออ เอาที่นี่แหละ ไม่สอบอย่างอื่นละ ที่เหลือก็แค่สอบสัมภาษณ์
.
.
.
.
แต่.....ทุกอย่างมันก็ไม่เป็นอย่างที่คิดเสมอไปหรอกนะ
.
.
.
วันนึงตอนไปกินข้าวข้างนอกกับที่บ้าน อยู่ๆแม่ก็พูดเรื่องมหาลัยขึ้นมา
ประมาณว่า ทำไมไม่ไปลองสอบที่อื่นดู จุฬาล่ะ?! อะไรก็ได้ในจุฬา !!
เดินทางก็ง่าย สะดวกไปกลับ ไม่ต้องอยู่หอ ...แม่พูดประมานนี้
....ทั้งโต๊ะเงียบ น้องกับพ่อก็นิ่ง.......
เราก็เงียบก้มหน้า ในใจก็คิดว่า
อะไร...ก็สอบติดได้ ตอนไปสอบแม่ก็บอกว่าถ้าติดก็ให้เรียนนี่
ทำไมตอนนี้มาพูดแบบนี้ล่ะ
(อันที่จริงเราก็รู้มาตลอดว่า แม่อยากให้เข้าอักษรจุฬาซึ่งมันเป็นคณะในฝันของแม่)
.
.
.
แม่พูดต่อประมานว่ากดดันเราต่อไป ด้วยน้ำเสียงกดดันมากขึ้น ว่าด้วยเรื่อง
"ลูกคนอื่น เค้า....."
และตามมาด้วยคำว่าทำไมเราถึงไม่อย่างนั้น อย่างนี้บ้าง
ตอนนั้นเสียใจมากๆ เหมือนโดนตบหน้าฉาดเลย
.
.
คิดว่าคงไม่มีใครชอบการถูกเปรียบเทียบใช่มั๊ยล่ะ....เราก็เหมือนกัน
ในหัวสับสนไปหมด ทั้งๆที่คิดฝันไว้ซะมากมายว่าจะทำอะไรบ้างพอเข้าไปเรียน
แต่กลับโดนห้ามซะงั้น.......
ถึงตอนนี้บ้างคนอาจมีรีแอดชั่นแบบว่า โต้กลับ หรือพูดยืนกรานว่าจะเข้าให้ได้
แต่สำหรับเราเรารู้สึกถูกกดดันมาก ก็ได้แต่นิ่งเงียบ แล้วก็ลุกออกจากโต๊ะ
.
.
ไปยืนนอกร้าน ร้องไห้ แบบว่ากลั้นไม่ไหว ร้องไปเงียบๆ
สักพักน้องก็ออกมาคุยด้วย ขากลับบ้านไม่มองหน้าแม่ไม่คุยกันเลย
.
.
คืนนั้นพ่อก็มาคุยก่อนนอนว่า แม่ก็ชอบไปฟังที่บรรดาพวกแม่ๆคุยกัน เค้าก็จะรู้สึกเปรียบเทียบ จนมาลงที่เรา ความจริงพ่อก็ไม่สนับสนุนให้เราเรียนพวกศิลป์เท่าไหร่แต่ไม่ได้โพล่งออกมาเหมือนแม่..
พ่ออธิบายด้วยเหตุผล พ่อบอกว่าเดี๋ยวไปคุยกะแม่ให้
หลังจากนั้น พ่อแม่ก็เสนอว่า มาเรียนเอแบคดีมั๊ยเพราะว่าญาติคนนึงก้เรียนอยู่ถามเค้าได้...
ตอนนั้นเราไม่ค่อยสนเอแบคเท่าไหร่ ก้ฟังๆไว้
.
.
แต่ว่ามีอยู่คืนนึงฝันว่าตัวเองกำลังเดินขึ้นบันไดสีเทาๆเป็นหินอ่อนผ่านประตูโค้งๆ พอตื่นมา ก้คิดกะตัวเองว่า "นี่ เราจะไปอยู่เอแบคเร๊อะ" ก้เขียนใส่ไดอารี่ไว้ว่าฝันไว้แบบนี้![]()
พ่อแม่ก็ปล่อยให้เราไปสอบสัมภาษณ์ที่มศว.เราก็ไปสอบแบบมั่นใจว่าชั้นผ่านแน่..
พอออกมาก้เล่าให้พ่อแม่ฟัง เพราะมันสนุกดีตอนสัมภาษณ์
แต่ว่าคณะนี้เราต้องไปเรียนที่มศว.องครักษ์ ไกลมาก
ประมาน2ปีแล้วค่อยกลับมาที่อโศก
พ่อแม่ก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เพราะมันไกลเกิน แล้วพ่อก็บอกว่างั้นขับไปดูละกัน
หลังสัมภาษณ์ พ่อก็ขับไปมศว.องครักษ์เลย!![]()
ที่นี่พื้นที่กว้างมากๆ แต่ดูเหมือนจะยังปรับปรุงพื้นที่ไม่นาน ต้นไม้ยังเป้นต้นแห้งๆเหมือนเพิ่งปัก
พ่อก็วนหาหอพักกับตึกเรียน ดูป้ายก็งงๆ พอไปถามยาม
ยามก็ไม่รู้!
ก็วนไปเรื่อยๆผ่านตึกเรียนคณะต่างๆ ผ่านหอพักคณะแพทย์ที่ดูไฮโซกว่าตึกอื่นๆ..
มีป้ายเขียนบอกด้วยว่าเฉพาะนักศึกษาแพทย์
....อะไรมันจะแบ่งชั้นขนาดนั้น
แล้วก็ไปเจอหอพัก เป็นตึกบล็อคโบกปูนเหลี่ยมๆ มีจักรยานจอดอยู่ข้างหน้าเต็มไปหมด
พื้นที่รอบข้างไม่มีอะไรเลย เอ รู้สึกจะมีเซเว่นมั้ง![]()
แดดที่นี่ร้อนจัดมาก ต้นไม้ก้ยังขึ้นไม่เต็มที่
ระหว่างตึกเรียนกับหอพักห่างกันมากต้องปั่นจักรยานไปเรียน
.
.
พ่อก็ขับไปที่ตึกเรียน ซึ่งเป็นตึกเรียนรวม ก้แวะเข้าไปดู
บอกตรงๆว่าดูจากสภาพโดยรวมสถานที่เรียนค่อนข้างแย่ เราก็รู้ว่าพ่อแม่ไม่ปลื้มแน่
ตอนแรกๆก้ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ แต่เราก็เงียบๆไว้ เพราะยังอยู่ในระหว่างการตัดสินใจ
พอดูเสร็จพ่อขับไปเอแบคบางนาทันที!
แค่ทางเข้าก็รู้สึก โอ้ววว พระเจ้า นี่มันมหาลัยเร๊อะ![]()
ต้นไม้เขียวครึ้ม ตึกหินอ่อน รูปปั้นแบบโรมันเต็มไปหมด
(ตอนนี้ใจเริ่มเอนเอียงเพราะความบ้าสถาปัตยกรรมแบบBaroque)
.
.
วันนั้นมีคนมาถ่ายรูปรับปริญญากันเยอะมาก มีดอกดาวเรืองเต็มไปหมด
พ่อจอดรถแล้วพากันลงไปเดิน ตอนนั้นเป็นอะไรที่เค้าเรียกว่า First Impression สุดๆ
ภาพของคนที่เรียนจบ รับปริญญา ถ่ายรูปพร้อมครอบครัว หน้าตาชื่นมื่น
บรรยากาศรอบตัวที่ดูมีความสุข พ่อแม่ยิ้มหน้าบาน
แล้วพ่อก็ขับไปดูหอพัก...
พอไปถึงก็ถามยามแถวนั้น บอกว่าอยากจะขอดูห้องในหอพักหน่อยได้มั๊ย
พี่ยามยิ้มให้แบบพิมพ์ใจแล้ว บอกว่า"เชิญเลยค่ะ เดี๋ยวจะพาไปดูห้องตัวอย่าง"
แล้วเค้าก็วอไปบอกว่า
"มีผู้ปกครองจะขอดูห้องในหอพัก พอขึ้นไปดูห้องด้วย"แล้วก็ชี้ทางไปให้
.
.
พอเดินๆไป ก็มีพี่ยามคนอื่นรับวอ มาพอเราขึ้นไปต่อเป็นทอดๆ
พ่อบอกว่าประทับใจระบบเค้ามากๆ เป็นระเบียบดี
พอถึงห้องพักเท่านั้นแหละ .....นี่มันโรงแรมชัดๆ
มีแอร์ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น พร้อมมม..
พ่อกับแม่ก็ถามๆรายละเอียด พี่ยามเก็บรายละเอียดหมดทุกคำถาม
เราก็อึ้งกิมกี่ตลอดการเดินทาง
คือ....พามาสองที่ในวันเดียวกัน ซะขนาดนี้ เราก็เอียงไปมากอยู่![]()
พ่อก็ให้บอกว่า เพราะระดับภาษาอังกฤษเราเรียนเอแบคได้อยู่แล้ว พ่อถึงเสนอ
ถ้าเราโง่อังกฤษพ่อก็ไม่ให้เรียนนี่หรอกพ่อบอกว่า อะไรที่ชอบไว้เรียนทีหลังเสริมเอาก็ได้
เรียนอะไรที่มันกลางๆไว้ก่อนจะดีกว่า
หลังจากนั้นเราก็คิดกลับไปกลับมาตัดสินใจอยู่นาน จนสละสิทธิ์มศว.ไป
ส่วนผลสัมภาษณ์มศว.
คือผ่านแหละ
เค้าคัด 35 จนจาก 500 คนมั้งถ้าจำไม่ผิด
(Portfolioสำคัญนะเวลาสอบตรง ทำไป100กว่าหน้า
ไม่ผ่านให้มันรู้ไปซี่ แต่ต้องมีงานที่เกี่ยวกับคณะที่จะเข้าเยอะๆ )
ตอนนั้นก็สับสนๆอยู่เพราะใจนึงก็เสียดาย คิดแล้วคิดอีก
นี่เราตัดสินใจถูกรึเปล่านะ
ชั้นจะเรียนเอแบครอดมั๊ยเนี่ย เค้าว่าจบยากนะเนี่ย
ทิ้งสิทธิ์มศว.แล้วจริงๆอ่ะ(อยากเรียนกะอาจารย์ที่มาสัมภาษณ์...แอบประทับใจ)
ก็ถามตัวเองอยู่แบบนั้น สารพัดจะคิด
(แต่....ไอที่เคยฝันไว้ มันก็กลายเป็นจริงแฮะ )
............
ที่เขียนมานี้ไม่ได้อยากจะมาเขียนเปรียบเทียบอะไร
แต่เล่าจากประสบการณ์เฉยๆ
พอผ่านช่วงที่วุ่นวายตอนจะเข้ามหาลัยมาได้ เราก็รู้สึกว่า ช่วงนั้นน่ะ
มันเป็นช่วงที่ สับสนแล้วก็อ่อนไหวมากๆ![]()
เราไม่ได้เรียนเก่งอะไร ก็อยู่กลางๆ ดูไปเราอาจจะดูป๊อดที่เลือกเข้ามาเรียนเลย
ไม่ไปสอบเข้า ไม่ลองเสี่ยงดู แต่เราก็ได้พยายามในส่วนที่เราคิดว่าทำได้
.
.
เราไม่ได้สอบไม่ติดแล้วมาเข้าเอแบคการสอบตรงติดก็เป็นการวัดความสามารถระดับนึง
พอจบเอแบคแล้วเราคงไปเรียนแฟชั่นอย่างที่ชอบ
ฝากไว้อย่างนึงว่า....
.
.
.
ถ้าคิดว่าไม่อยากสอบ สอบไม่ติดแล้วเข้าๆมาเรียนเอแบคล่ะก็
ขอบอกว่าคิดผิดรุนแรง
คนที่จะอยู่ได้ เรียนได้ ขยันไม่งั้นก็จะทนไม่ไหวตั้งแต่เทอมแรกๆ
ก็อยากจะเขียนแชร์ไว้ สำหรับใครที่กำลังจะเข้ามหาลัยแล้วยังสับสนอยู่
ก้ขอให้ค่อยๆคิด ตัดสินใจ
.
.
หาข้อมูลเยอะๆ เปิดหูตากว้างๆไว้ มันต้องมีสักที่แหละที่เป็นที่เหมาะกับเรา
คิดดีๆว่ามันคือที่ๆเราต้องเรียนอีก4ปีนะ.....เลือกดีๆล่ะ
*ว่าจะเขียนชิวๆ ดูเครียดซะได้.....
ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านน้า มีอะไรถามก้ฝากไว้ได้นะ*
Tags: abac11 Comments